ส่งมอเตอร์ไซค์กลับต่างจังหวัด

0
870

ส่งมอเตอร์ไซค์กลับต่างจังหวัด

  ส่งมอร์เตอร์ไซท์กับไปรษณีย์ไทยนั้นมีบริการที่เรียกว่า “Logispost” ซึ่งเป็นบริการที่ทำมาเพื่อส่งของชิ้นใหญ่ ๆ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ โดยสามารถส่งของที่มีน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ซึ่งการฝากส่งมอเตอร์ไซค์ผ่านทางไปรษณีย์ไทยจะต้องใช้บริการนี้ แต่ว่าไม่ใช่ทุกสาขาของไปรษณีย์ไทยที่จะให้บริการ Logispost คุณสามารถโทรไปติดต่อสอบถามสาขาที่ให้บริการนี้ได้ ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ 1545 สายด่วนไปรษณีย์ไทย ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการฝากส่ง

     ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมเอกสาร

– สำเนาบัตรประชาชนผู้ที่มาดำเนินการ จำนวน 2 ชุด – สำเนาทะเบียนรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 ชุด

– สำเบาบัตรประชาชนเจ้าของทะเบียนรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 ชุด (ใช้ในกรณีที่ชื่อผู้ดำเนินการ ไม่ตรงกับชื่อในเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์)

หลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถพาเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ต้องการส่ง ไปยังที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่มีบริการ Logispost ได้เลย

  • ขั้นตอนที่ 2 : กรอกเอกสาร

เมื่อไปถึงที่ทำการไปรษณีย์ ให้คุณไปแจ้งความประสงค์การส่งรถมอเตอร์ไซค์ของคุณแก่พนักงานที่สาขา จากนั้นจะได้รับ “ใบรับฝากบริการ” มาให้กรอกชื่อ ที่อยู่ ของผู้ส่งและผู้รับ โดยการกรอกข้อมูลในใบนี้จะไม่ต่างจากการส่งพัสดุทางไปรษณีย์ทั่วไปสักเท่าไร เพียงแค่ต้องกรอกให้ถูกต้อง และครบถ้วนเท่านั้นเอง

  • ขั้นตอนที่ 3 : ตรวจสภาพรถ

หลังจากคุณกรอกเอกสารใบรับฝากบริการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอน “การตรวจสภาพรถก่อนการจัดส่ง” โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบร่องรอยขีดข่วน แตกหัก ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่ปลายทางได้ว่ามีจุดใดของรถมอเตอร์ไซค์ชำรุดเพิ่มเติมหรือไม่

หลังจากที่ตรวจสภาพรถเสร็จแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ของคุณจะถูกไขกระจกข้างออกเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในการจัดส่ง น้ำมันในถังของรถมอเตอร์ไซค์จะถูกดูดออกหากมีปริมาณมากเกินไป เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการจัดส่ง

เมื่อทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ก็จะถึงขั้นตอนการแพ็คของ โดยเจ้าหน้าที่จะให้คุณเลือกว่าจะห่อหุ้มรถมอเตอร์ไซค์ของคุณด้วยกระดาษและพลาสติกกันกระแทกหรือไม่ หากคุณต้องการปกป้องรถจากรอยขีดข่วนด้วยอุปกรณ์เหล่านี้ ก็ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนนี้เพิ่ม จำนวน 160 บาท  กรณีเกิดความเสียหายในการขนส่ง ทางไปรษณีย์ไทยจะรับผิดชอบสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท

  • ขั้นตอนที่ 4 : ชำระค่าบริการ

ค่าบริการขนส่งรถจักรยานยนต์ผ่านทางบริการ Logispost จะมีอัตราค่าบริการดังนี้

– รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องไม่เกิน 150 ซีซี. ค่าบริการเริ่มต้น 1,200 บาท ไปจนถึง 2,640 บาท

– รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเกิน 150 ซีซี. แต่ไม่ถึง 400 ซีซี. ค่าบริการเริ่มต้น 1,500 บาท ไปจนถึง 3,300 บาท

– รถจักรยานยนต์ BigBike หรือ Chopper ทุกขนาด (ซีซี.) และรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซี. ค่าบริการเริ่มต้น 3,300 บาท ไปจนถึง 5,460 บาท

อัตราค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามระยะทางของ ต้นทาง – ปลายทาง ที่จัดส่งรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 10 โซน เป็นจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

– โซน 1 : กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ

– โซน 2 : สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

– โซน 3 : นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

– โซน 4 : อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก

– โซน 5 : อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์

– โซน 6 : แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน น่าน ลำปาง แพร่

– โซน 7 : กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา

– โซน 8 : หนองคาย บึงกาฬ เลย อุดรธานี นครพนม สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น

– โซน 9 : ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช

– โซน 10 : กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา นราธิวาส

ทั้งนี้คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับค่าบริการจัดส่งตามโซนที่ไปรษณีย์ไทยกำหนดไว้ได้ ที่นี่ (เริ่มอ่านข้อมูลจากหน้าที่ 11 เป็นต้นไป)

  • ขั้นตอนที่ 5 : รอรับรถมอเตอร์ไซค์

คุณจะได้รับรหัสสำหรับตรวจสอบสถานะการจัดส่ง หรือที่เรียกกันว่า “Tracking Number” เป็นเลข 13 หลัก โดยสามารถนำรหัสนี้ไปตรวจสอบได้ที่ http://track.thailandpost.co.th โดยการส่งของผ่านบริการ Logispost จะใช้ระยะเวลาในการจัดส่ง 5 – 7 วัน เมื่อมอเตอร์ไซค์ถูกส่งถึงปลายทางแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเพื่อให้คุณไปรับของ ซึ่งมอเตอร์ไซค์จะไม่ถูกส่งไปถึงหน้าบ้านเหมือนพัสดุอื่น ๆ นะครับ คุณจะต้องไปรับรถมอเตอร์ไซค์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่คุณระบุไว้